📍 ให้บริการที่ La Posh Dental Clinic สาขาบางนา และ สาขารามอินทรา-รัชดา เปิดทุกวัน 10:30–19:30

การจัดฟันไม่ได้มีแค่การปรับตำแหน่งฟันให้เรียงสวยเท่านั้น แต่ การดูแลฟันระหว่างจัดฟัน ก็มีความสำคัญมาก เพราะแบร็กเก็ต ลวด และอุปกรณ์จัดฟันทำให้เศษอาหารและคราบพลัคสะสมได้ง่ายกว่าปกติ หากทำความสะอาดไม่ทั่วถึง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อฟันผุ หินปูน เหงือกอักเสบ กลิ่นปาก หรือเกิดรอยขาวบนผิวฟันได้
วิธีดูแลฟันระหว่างจัดฟันที่สำคัญ คือ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เน้นทำความสะอาดรอบแบร็กเก็ต ใช้ไหมขัดฟันและแปรงซอกฟัน ใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ ลดอาหารหวาน หลีกเลี่ยงอาหารแข็งหรือเหนียว และพบทันตแพทย์ตามนัด
หากดูแลช่องปากได้ดีตลอดระยะเวลาการจัดฟัน เมื่อถึงวันที่ถอดเครื่องมือออกก็จะไม่ได้มีเพียงฟันที่เรียงตัวดีขึ้น แต่ยังช่วยให้ฟันและเหงือกมีสุขภาพดีอีกด้วย
ทำไมต้องดูแลฟันเป็นพิเศษระหว่างจัดฟัน?
สำหรับการจัดฟันแบบติดเครื่องมือ จะมีแบร็กเก็ตและลวดอยู่บนผิวฟัน ทำให้การแปรงฟันและการทำความสะอาดซอกฟันซับซ้อนขึ้น
บริเวณที่มักมีเศษอาหารและคราบพลัคสะสม ได้แก่
- รอบแบร็กเก็ต
- ใต้ลวดจัดฟัน
- ระหว่างซี่ฟัน
- ขอบเหงือก
- ด้านหลังฟัน
- ฟันกรามด้านใน
เมื่อมีคราบพลัคสะสมเป็นเวลานาน แบคทีเรียสามารถสร้างกรดที่ส่งผลต่อผิวเคลือบฟัน และเพิ่มความเสี่ยงต่อฟันผุหรือการเกิดรอยขาวบนผิวฟัน
ขณะเดียวกัน คราบที่สะสมบริเวณขอบเหงือกยังอาจทำให้เหงือกบวม แดง หรือเลือดออกง่ายได้
ดังนั้น คนจัดฟันจึงควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพช่องปากมากกว่าปกติ
10 วิธีดูแลฟันระหว่างจัดฟัน
1. แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
คนจัดฟันควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะก่อนนอน และทำความสะอาดหลังรับประทานอาหารตามความเหมาะสม
จุดสำคัญคือ ต้องแปรงรอบเครื่องมือให้ทั่วถึง
ไม่ควรแปรงเพียงบริเวณด้านหน้าของแบร็กเก็ต แต่ควรทำความสะอาด
เหนือแบร็กเก็ต → รอบแบร็กเก็ต → ใต้แบร็กเก็ต → ขอบเหงือก
รวมถึงด้านบดเคี้ยวและด้านในของฟัน
หากรับประทานอาหารแล้วมีเศษอาหารติดอยู่ตามเครื่องมือ ควรทำความสะอาดออก ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน
2. แปรงรอบแบร็กเก็ตให้ถูกวิธี
อีกหนึ่งปัญหาที่พบได้บ่อยคือ คนจัดฟันแปรงฟันทุกวันแต่ยังมีคราบสะสม เพราะแปรงไม่ถึงบริเวณรอบแบร็กเก็ต
วิธีแปรงควรแบ่งออกเป็นหลายบริเวณ
เหนือแบร็กเก็ต
เอียงแปรงให้ขนแปรงสามารถทำความสะอาดบริเวณระหว่างแบร็กเก็ตกับขอบเหงือกได้
รอบแบร็กเก็ต
แปรงรอบตัวเครื่องมืออย่างเบามือ เพื่อกำจัดเศษอาหารและคราบพลัค
ใต้แบร็กเก็ต
ปรับมุมแปรงให้เข้าถึงบริเวณใต้แบร็กเก็ตและลวดจัดฟัน
ด้านในและด้านบดเคี้ยว
แปรงเหมือนฟันทั่วไป และให้ความสำคัญกับร่องฟันกรามที่เศษอาหารสะสมได้ง่าย
ไม่ควรแปรงแรงเกินไป เพราะการออกแรงมากไม่ได้หมายความว่าจะทำความสะอาดได้ดีกว่า และอาจทำให้เหงือกระคายเคืองได้
3. ใช้แปรงซอกฟันทำความสะอาดใต้ลวด
แปรงซอกฟัน (Interdental Brush) เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่มีประโยชน์มากสำหรับผู้ที่จัดฟันแบบติดเครื่องมือ
แปรงขนาดเล็กสามารถเข้าถึงบริเวณ
- ใต้ลวดจัดฟัน
- รอบแบร็กเก็ต
- ช่องระหว่างเครื่องมือ
- ซอกฟันบางบริเวณ
ที่แปรงสีฟันทั่วไปอาจเข้าไม่ถึง
ควรเลือกขนาดที่เหมาะสมกับช่องว่างและใช้อย่างเบามือ หากไม่แน่ใจว่าควรใช้ขนาดใด สามารถสอบถามทันตแพทย์ที่ดูแลได้
4. ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน
แม้กำลังจัดฟันก็ยังควรทำความสะอาดบริเวณระหว่างซี่ฟัน เพราะขนแปรงสีฟันไม่สามารถเข้าถึงทุกพื้นที่ได้
สำหรับผู้ที่ติดลวดจัดฟัน การใช้ไหมขัดฟันแบบทั่วไปอาจทำได้ยาก จึงสามารถใช้อุปกรณ์ช่วย เช่น
- Floss Threader
- Super Floss
- ไหมขัดฟันสำหรับคนจัดฟัน
- อุปกรณ์ทำความสะอาดระหว่างซี่ตามคำแนะนำของทันตแพทย์
การทำความสะอาดซอกฟันอย่างสม่ำเสมอช่วยลดคราบพลัคในบริเวณที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง
5. ใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์
ผู้จัดฟันควรเลือกใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ เพราะฟลูออไรด์ช่วยเสริมความแข็งแรงของผิวเคลือบฟันและช่วยป้องกันฟันผุ
เรื่องนี้มีความสำคัญสำหรับคนจัดฟัน เนื่องจากบริเวณรอบแบร็กเก็ตเป็นจุดที่คราบพลัคสามารถสะสมได้ง่าย
หากเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่อฟันผุสูง ทันตแพทย์อาจให้คำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ฟลูออไรด์ที่เหมาะสม
6. ลดอาหารหวานและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล
หนึ่งในวิธีลดความเสี่ยงต่อฟันผุระหว่างจัดฟันคือ ลดความถี่ในการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล
ตัวอย่างเช่น
- น้ำอัดลม
- ชานม
- กาแฟปรุงหวาน
- น้ำหวาน
- ลูกอม
- ขนมหวาน
- ขนมที่ติดฟันง่าย
เมื่อรับประทานน้ำตาลบ่อย แบคทีเรียในคราบพลัคสามารถสร้างกรดได้บ่อยขึ้น ซึ่งส่งผลต่อผิวเคลือบฟัน
ดังนั้นนอกจากดูปริมาณน้ำตาลแล้ว ควรให้ความสำคัญกับ ความถี่ในการกินของหวานระหว่างวัน ด้วย
7. หลีกเลี่ยงอาหารแข็งและเหนียว
อาหารบางประเภทอาจทำให้แบร็กเก็ตหลุด ลวดงอ หรือเครื่องมือจัดฟันเสียหายได้
อาหารที่ควรระวัง เช่น
- น้ำแข็ง
- ลูกอมแข็ง
- ถั่วที่แข็งมาก
- หมากฝรั่ง
- ขนมเหนียว
- อาหารที่ต้องกัดหรือแทะแรง
สำหรับผลไม้เนื้อแข็งหรืออาหารชิ้นใหญ่ เช่น แอปเปิล แครอต หรือเนื้อชิ้นใหญ่ สามารถตัดเป็นชิ้นเล็กก่อนรับประทาน เพื่อลดการใช้ฟันหน้ากัดโดยตรง
8. ขูดหินปูนตามความเหมาะสม
หลายคนเข้าใจว่าเมื่อจัดฟันแล้วจะไม่สามารถขูดหินปูนได้ แต่จริง ๆ แล้ว จัดฟันอยู่สามารถขูดหินปูนได้
หากมีหินปูนสะสม การแปรงฟันไม่สามารถกำจัดออกได้เอง
ทันตแพทย์จะประเมินสุขภาพช่องปากและพิจารณาว่าควรขูดหินปูนเมื่อใดตามความเหมาะสมของแต่ละคน
การดูแลคราบและหินปูนยังช่วยลดปัญหาเหงือกและทำให้ทำความสะอาดช่องปากได้ง่ายขึ้น
9. พบทันตแพทย์จัดฟันตามนัด
การจัดฟันเป็นกระบวนการที่ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง
ในแต่ละครั้งทันตแพทย์จะตรวจการเคลื่อนของฟัน สภาพเครื่องมือ และปรับเครื่องมือตามแผนการรักษา
หากขาดนัดบ่อย อาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของแผนการจัดฟัน
หากเกิดปัญหาระหว่างนัด เช่น
- แบร็กเก็ตหลุด
- ลวดทิ่มแก้ม
- เครื่องมือแตก
- ปวดผิดปกติ
- เหงือกบวมมาก
ควรติดต่อคลินิกเพื่อรับคำแนะนำ ไม่ควรรอจนถึงนัดครั้งต่อไปโดยไม่แจ้งอาการ
10. ตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ
นอกจากการปรับเครื่องมือจัดฟันแล้ว ควรตรวจสุขภาพช่องปากตามระยะเวลาที่ทันตแพทย์แนะนำ
เพื่อประเมินปัญหา เช่น
- ฟันผุ
- หินปูน
- เหงือกอักเสบ
- รอยขาวบนผิวฟัน
- คราบสะสม
- ปัญหาสุขภาพช่องปากอื่น ๆ
การตรวจพบปัญหาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นช่วยให้สามารถวางแผนดูแลได้เร็วขึ้น
จัดฟันแล้วฟันเหลือง เกิดจากอะไร?
หลายคนรู้สึกว่าหลังจัดฟันไปสักระยะ ฟันเริ่มดูเหลืองขึ้น
ในหลายกรณีอาจไม่ได้เกิดจากการจัดฟันทำให้เนื้อฟันเหลืองโดยตรง แต่เกี่ยวข้องกับคราบสะสม เช่น
คราบพลัค
เมื่อทำความสะอาดรอบแบร็กเก็ตไม่ทั่วถึง คราบสามารถสะสมบนผิวฟันได้
หินปูน
หากคราบพลัคสะสมและแข็งตัว อาจกลายเป็นหินปูน ซึ่งไม่สามารถแปรงออกเองได้
ชาและกาแฟ
เครื่องดื่มสีเข้มสามารถทำให้เกิดคราบบนผิวฟันในบางคน
การสูบบุหรี่
อาจทำให้เกิดคราบและส่งผลต่อสุขภาพช่องปากในด้านอื่น ๆ ด้วย
หากรู้สึกว่าฟันเหลือง ควรให้ทันตแพทย์ตรวจว่าสิ่งที่เห็นเป็นคราบบนผิวฟันหรือเป็นสีของเนื้อฟัน
จัดฟันอยู่ ฟอกสีฟันได้หรือไม่?
หากจัดฟันแบบติดเครื่องมือ โดยทั่วไปมักแนะนำให้ รอจนถอดเครื่องมือก่อนฟอกสีฟันทั้งปาก
เนื่องจากแบร็กเก็ตปิดผิวฟันบางส่วน ทำให้สารฟอกสีไม่สามารถสัมผัสผิวฟันได้ทั่วถึงเท่ากัน
หากฟอกสีขณะที่ยังมีแบร็กเก็ตอยู่ บริเวณผิวฟันรอบเครื่องมือกับบริเวณใต้แบร็กเก็ตอาจได้รับสารฟอกสีไม่เหมือนกัน
หากกังวลว่าฟันเหลืองระหว่างจัดฟัน ควรเริ่มจากการตรวจและทำความสะอาดช่องปากก่อน
สำหรับผู้ที่จัดฟันใสแบบถอดได้ อาจมีทางเลือกแตกต่างออกไป แต่ควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อนทำการฟอกสีฟัน
จัดฟันอยู่ ขูดหินปูนได้ไหม?
ได้
ผู้ที่จัดฟันสามารถขูดหินปูนได้ หากทันตแพทย์ตรวจพบว่ามีหินปูนสะสม
ในความเป็นจริง คนจัดฟันบางคนอาจต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากขึ้น เพราะเครื่องมือทำให้ทำความสะอาดบางบริเวณได้ยาก
อย่างไรก็ตาม ความถี่ในการขูดหินปูนของแต่ละคนแตกต่างกัน จึงควรให้ทันตแพทย์เป็นผู้ประเมิน
จัดฟันแล้วเหงือกบวมและเลือดออก เกิดจากอะไร?
สาเหตุที่พบได้บ่อยคือ คราบพลัคสะสมบริเวณขอบเหงือก
เมื่อทำความสะอาดบริเวณรอบเครื่องมือไม่ทั่วถึง เหงือกอาจมีลักษณะ
- บวม
- แดง
- มีเลือดออกง่าย
- รู้สึกระคายเคือง
หากแปรงฟันแล้วมีเลือดออก ไม่ควรหยุดทำความสะอาดบริเวณนั้นทันที เพราะการปล่อยคราบไว้สามารถทำให้ปัญหาดำเนินต่อไปได้
ควรแปรงอย่างเบามือและใช้วิธีที่ถูกต้อง
หากเหงือกบวมมาก มีเลือดออกต่อเนื่อง เจ็บ หรือไม่ดีขึ้น ควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ
จัดฟันแล้วมีกลิ่นปาก ทำอย่างไร?
กลิ่นปากระหว่างจัดฟันอาจสัมพันธ์กับเศษอาหารและคราบพลัคที่ติดอยู่ตามเครื่องมือ
ควรดูแลโดย
- แปรงฟันให้ทั่วถึง
- ทำความสะอาดรอบแบร็กเก็ต
- ใช้แปรงซอกฟัน
- ใช้ไหมขัดฟัน
- ทำความสะอาดลิ้น
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- ตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ
หากดูแลความสะอาดแล้วแต่ยังมีกลิ่นปากต่อเนื่อง ควรให้ทันตแพทย์ตรวจ เพราะกลิ่นปากสามารถเกิดจากหลายสาเหตุได้
รอยขาวรอบแบร็กเก็ตคืออะไร?
หากบริเวณรอบแบร็กเก็ตเริ่มมีรอยสีขาวผิดปกติ อาจเกี่ยวข้องกับการสูญเสียแร่ธาตุของผิวเคลือบฟันจากคราบพลัคที่สะสม
รอยเหล่านี้อาจเห็นได้ชัดขึ้นหลังถอดเครื่องมือ
ดังนั้นควรเน้นการป้องกันตั้งแต่ระหว่างจัดฟัน โดย
- ทำความสะอาดรอบแบร็กเก็ต
- ใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์
- ลดอาหารและเครื่องดื่มหวาน
- ตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำ
หากเริ่มพบรอยขาว ควรให้ทันตแพทย์ตรวจ ไม่ควรพยายามฟอกสีฟันเพื่อแก้ไขด้วยตัวเอง
แบร็กเก็ตหลุด ต้องทำอย่างไร?
หากแบร็กเก็ตหลุด ไม่ควรพยายามติดกลับด้วยตัวเอง
หากเครื่องมือยังติดอยู่กับลวด ควรหลีกเลี่ยงการเล่นหรือดึงออก และติดต่อคลินิกที่จัดฟันเพื่อแจ้งอาการ
ทันตแพทย์หรือคลินิกจะสามารถประเมินว่าจำเป็นต้องเข้ามาแก้ไขก่อนวันนัดหรือไม่
ลวดจัดฟันทิ่มแก้ม ทำอย่างไร?
หากลวดหรือเครื่องมือเสียดสีกับแก้ม สามารถใช้ Orthodontic Wax ปิดบริเวณที่ระคายเคืองชั่วคราวได้
จากนั้นควรติดต่อคลินิกเพื่อขอคำแนะนำ
ไม่ควรพยายามตัด ดึง หรือดัดลวดเองโดยใช้อุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสม เพราะอาจทำให้เครื่องมือเสียหายหรือเกิดการบาดเจ็บ
อาหารที่คนจัดฟันควรกินและควรเลี่ยง
อาหารที่รับประทานง่าย
โดยเฉพาะช่วงหลังปรับเครื่องมือใหม่ ๆ อาจเลือกรับประทานอาหารที่ไม่ต้องออกแรงเคี้ยวมาก เช่น
- ไข่
- ปลา
- เต้าหู้
- โจ๊ก
- ข้าวต้ม
- ซุป
- ผักปรุงสุก
- ผลไม้เนื้อนุ่ม
- อาหารที่หั่นเป็นชิ้นเล็ก
อาหารที่ควรระวัง
- น้ำแข็ง
- ลูกอมแข็ง
- ขนมเหนียว
- หมากฝรั่ง
- ถั่วแข็ง
- อาหารที่ต้องกัดหรือแทะแรง
- ของหวานที่ติดฟันง่าย
- เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง
เป้าหมายไม่ได้หมายความว่าต้องรับประทานแต่อาหารอ่อนตลอดการจัดฟัน แต่ควรปรับรูปแบบการรับประทานเพื่อลดความเสี่ยงต่อเครื่องมือและฟัน
จัดฟันใส ต้องดูแลฟันอย่างไร?
สำหรับผู้ที่จัดฟันใส แม้ไม่มีแบร็กเก็ตและลวดติดอยู่บนฟัน แต่ยังต้องให้ความสำคัญกับความสะอาด
ควรดูแลฟันและเครื่องมือตามคำแนะนำของทันตแพทย์ และไม่ควรปล่อยให้เศษอาหารหรือเครื่องดื่มหวานค้างบนฟันก่อนใส่เครื่องมือกลับเป็นเวลานาน
ควรทำความสะอาดอุปกรณ์จัดฟันใสด้วยวิธีที่เหมาะสมกับวัสดุ และหลีกเลี่ยงน้ำร้อนจัด เพราะอาจทำให้เครื่องมือบางประเภทเสียรูป
7 ของที่คนจัดฟันควรพกติดกระเป๋า
สำหรับผู้ที่ต้องรับประทานอาหารนอกบ้านบ่อย แนะนำให้เตรียมชุดดูแลฟันขนาดเล็ก เช่น
- แปรงสีฟัน
- ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์
- แปรงซอกฟัน
- ไหมขัดฟัน
- Floss Threader
- Orthodontic Wax
- กล่องสำหรับเก็บอุปกรณ์
ช่วยให้สามารถทำความสะอาดช่องปากได้สะดวกขึ้นเมื่ออยู่นอกบ้าน
สิ่งที่ไม่ควรทำระหว่างจัดฟัน
เพื่อช่วยลดปัญหาระหว่างการรักษา ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้
กัดน้ำแข็งหรือของแข็ง
อาจทำให้เครื่องมือหรือฟันเสียหาย
ใช้ฟันเปิดถุงหรือสิ่งของ
ฟันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้แทนอุปกรณ์เปิดสิ่งของ
แปรงฟันแรงเกินไป
ไม่ทำให้สะอาดขึ้นเสมอไปและอาจระคายเคืองเหงือก
ปล่อยแบร็กเก็ตหลุดไว้นาน
ควรแจ้งคลินิกเพื่อรับคำแนะนำ
ขาดนัดจัดฟันบ่อย ๆ
อาจทำให้แผนการรักษาไม่ต่อเนื่อง
ฟอกสีฟันเองระหว่างติดเครื่องมือ
ควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อนเพื่อป้องกันปัญหาสีฟันไม่สม่ำเสมอหรือปัญหาสุขภาพช่องปากอื่น
เช็กลิสต์ วิธีดูแลฟันระหว่างจัดฟัน
จำง่าย ๆ ด้วย “5 สะอาด + 5 ระวัง”
5 สะอาด
1. แปรงฟันสะอาด
อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
2. แบร็กเก็ตสะอาด
ทำความสะอาดรอบและใต้เครื่องมือ
3. ซอกฟันสะอาด
ใช้ไหมขัดฟันหรืออุปกรณ์ที่เหมาะสม
4. ใต้ลวดสะอาด
ใช้แปรงซอกฟันช่วย
5. ช่องปากสะอาด
ตรวจและขจัดหินปูนตามคำแนะนำ
5 ระวัง
1. ระวังของหวาน
2. ระวังอาหารแข็ง
3. ระวังอาหารเหนียว
4. ระวังเครื่องมือหลุด
5. ระวังขาดนัดทันตแพทย์
ทำได้ครบก็ช่วยลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพช่องปากระหว่างจัดฟันได้มากขึ้น
ราคาที่ La Posh Dental Clinic (ข้อมูล ต.ค. 2569)
| ขูดหินปูน | 900 / 1,200 / 1,800 บาท (ตามปริมาณหินปูน) |
| อุดฟันสีเหมือนฟัน | 800 บาท ต่อด้าน |
ราคาจริงขึ้นกับสภาพฟัน ทันตแพทย์ตรวจและแจ้งราคาก่อนเริ่มรักษา · ดูตารางราคาทำฟันทั้งหมด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีดูแลฟันระหว่างจัดฟัน
จัดฟันควรแปรงฟันวันละกี่ครั้ง?
ควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง โดยเฉพาะก่อนนอน และดูแลความสะอาดหลังรับประทานอาหารตามความเหมาะสม
คนจัดฟันใช้ไหมขัดฟันได้ไหม?
ได้ และควรทำความสะอาดระหว่างซี่ฟันเป็นประจำ สามารถใช้ตัวช่วยสอดไหมหรือไหมขัดฟันที่เหมาะสำหรับคนจัดฟัน
คนจัดฟันใช้แปรงซอกฟันได้ไหม?
ได้ แปรงซอกฟันช่วยทำความสะอาดใต้ลวด รอบแบร็กเก็ต และบริเวณที่แปรงสีฟันทั่วไปเข้าถึงยาก
จัดฟันอยู่ขูดหินปูนได้ไหม?
ได้ หากมีหินปูนสะสม ทันตแพทย์สามารถประเมินและขจัดหินปูนตามความเหมาะสมได้
จัดฟันอยู่ฟอกสีฟันได้ไหม?
สำหรับจัดฟันแบบติดเครื่องมือ โดยทั่วไปมักแนะนำให้รอจนถอดเครื่องมือก่อน เพื่อให้ฟอกสีได้ทั่วถึง ส่วนผู้ที่จัดฟันใสควรปรึกษาทันตแพทย์เป็นรายกรณี
ทำไมจัดฟันแล้วฟันเหลือง?
อาจเกิดจากคราบพลัค หินปูน ชา กาแฟ เครื่องดื่มสีเข้ม หรือการทำความสะอาดรอบเครื่องมือไม่ทั่วถึง ควรตรวจหาสาเหตุก่อนพิจารณาการฟอกสีฟัน
จัดฟันแล้วเหงือกบวมควรทำอย่างไร?
ควรเน้นทำความสะอาดบริเวณขอบเหงือกอย่างเบามือ หากเหงือกยังบวม มีเลือดออก หรือเจ็บต่อเนื่อง ควรพบทันตแพทย์
แบร็กเก็ตหลุดต้องทำอย่างไร?
ควรติดต่อคลินิกจัดฟันเพื่อรับคำแนะนำ และไม่ควรพยายามติดเครื่องมือกลับด้วยตัวเอง
สรุป วิธีดูแลฟันระหว่างจัดฟัน
วิธีดูแลฟันระหว่างจัดฟันที่สำคัญ คือ แปรงฟันให้ทั่วถึง ใช้ไหมขัดฟันและแปรงซอกฟัน ใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ ลดอาหารหวาน หลีกเลี่ยงอาหารแข็งและเหนียว รวมถึงพบทันตแพทย์ตามนัด
อย่ารอจนถึงวันที่ถอดเหล็กแล้วจึงเริ่มสนใจสุขภาพฟัน เพราะปัญหาบางอย่าง เช่น ฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือรอยขาวบนผิวฟัน สามารถเกิดขึ้นได้ระหว่างการรักษา
เป้าหมายของการจัดฟันที่ดีจึงไม่ใช่แค่ฟันเรียงสวย แต่ควรได้ทั้งฟันที่เรียงตัวเหมาะสมและสุขภาพช่องปากที่ดีไปพร้อมกัน
จัดฟันและดูแลสุขภาพช่องปากที่ La Posh Dental Clinic
หากกำลังจัดฟันและมีปัญหา แปรงฟันไม่สะอาด หินปูนสะสม เหงือกบวม มีกลิ่นปาก ฟันเหลือง แบร็กเก็ตหลุด หรือลวดจัดฟันทิ่ม สามารถเข้ามาปรึกษาทันตแพทย์ที่ La Posh Dental Clinic เพื่อประเมินและวางแผนดูแลตามสภาพช่องปากของแต่ละคน
นอกจากติดตามตำแหน่งฟันและเครื่องมือแล้ว การตรวจสุขภาพช่องปากอย่างสม่ำเสมอยังช่วยค้นหาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างจัดฟันได้เร็วขึ้น
ดูแลฟันให้ดีตั้งแต่วันแรกของการจัดฟัน เพื่อให้วันที่ถอดเครื่องมือออก ได้ทั้งฟันที่เรียงสวย รอยยิ้มที่มั่นใจ และสุขภาพช่องปากที่ดี
ทักแชท / จองคิววันนี้ รับคำปรึกษาฟรี La Posh Dental Clinic คลิกเลย สาขารามอินทรา โทร.082-838-7434
สาขาบางนา โทร. 065 697 9562
Review จากลูกค้าจริง La Posh Dental Clinic
ดูรายละเอียดบริการ: จัดฟัน · แผนที่และเบอร์โทร La Posh Dental Clinic 2 สาขา
โปรแกรมจัดฟัน Invisalign มีทั้งหมดทั้ง 4 แบบ
1. Invisalign i7 (Invisalign i7 (Express))
เหมาะสำหรับเคสเล็ก เช่น ฟันห่าง ฟันซ้อนเพียงเล็กน้อย
ใช้ระยะเวลาเฉลี่ยเพียง 3.5 เดือน
ราคาเริ่มต้น
- 54,000 บาท (1 ขากรรไกร)
- 63,000 บาท (2 ขากรรไกร)
รวม Additional Aligner พร้อมสแกนและเอกซเรย์ 1 ครั้ง
2. Invisalign iEssential
เหมาะสำหรับผู้ที่มีฟันซ้อน ฟันห่างระดับกลาง ต้องการจัดฟันแบบใสที่เห็นผลในระยะเวลาไม่ยาวนานมาก
ใช้ระยะเวลาประมาณ 7–10 เดือน
ราคาเริ่มต้น
- 69,000 บาท (1 ขากรรไกร)
- 89,000 บาท (2 ขากรรไกร)
ฟรี Additional Aligner 1 ครั้ง ภายใน 2 ปี
3. Invisalign iFull
เหมาะสำหรับผู้ที่มีฟันซ้อนซับซ้อน ต้องการจัดฟันทั้งระบบ เพื่อควบคุมผลลัพธ์ได้ยาวนานและแม่นยำ ใช้ระยะเวลาการดูแลต่อเนื่อง สูงสุด 3 ปี
- ราคา: 169,000 บาท
ฟรี Additional Aligner 1 ครั้ง ภายใน 3 ปี
4. Invisalign iTeen / iFull / iComprehensive
ออกแบบมาสำหรับเคสที่ซับซ้อนมาก หรือเคสที่ต้องร่วมกับการผ่าตัด สามารถดูแลผลลัพธ์ยาวนานสูงสุด 5 ปีเต็ม
- ราคาเริ่มต้น 189,000 – 219,000 บาท
ฟรี Additional Aligner 1 ครั้ง ภายใน 5 ปี
โปรโมชั่นพิเศษจากเรา
- Additional Aligner ครั้งที่ 2 เป็นต้นไป 8,000 บาท/ครั้ง (รวมสแกนและเอกซเรย์)
- ค่าสแกนฟัน 3 มิติ + เอกซเรย์ 4,900 บาท (ยังไม่รวมในแพ็กเกจ)
รีเทนเนอร์หลังจัดฟัน (Retainer) เพื่อคงรอยยิ้มสวยยาวนาน
หลังจัดฟันเสร็จ การใส่รีเทนเนอร์เป็นสิ่งสำคัญเพื่อรักษาฟันให้อยู่ในตำแหน่งที่สวยสมบูรณ์
ราคารีเทนเนอร์
- Vivera Retainer 1 คู่ 12,000 บาท / 3 คู่ 28,000 บาท
- Zendura Retainer ชิ้นละ 4,000 บาท
- รีเทนเนอร์ใส/ลวด ชิ้นละ 2,800 บาท
❓ มีคำถามอื่นก่อนเริ่มรักษา อ่าน คำถามที่พบบ่อย

