รากฟันเทียม คืออะไร ราคาเท่าไหร่ ทำแล้วเจ็บไหม มีกี่ขั้นตอน

สรุปสั้น: รากฟันเทียมคือการฝังรากเทียมแทนรากฟันที่สูญเสียไป แล้วใส่ครอบฟันด้านบน ทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่ ใช้เวลาฝังประมาณ 2–3 ชั่วโมง และรอให้รากเทียมยึดกับกระดูก 3–6 เดือน ที่ La Posh Dental Clinic ราคาเริ่มต้น 42,000 บาท ไม่เหมาะกับผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ดูแลโดย ทพญ.ณิชนันท์ คติสวัสดิ์วงษ์ (หมอจูน) ทันตแพทย์ด้านรากฟันเทียม ใบอนุญาต ท.15320
ดูราคาทำฟันทั้งหมด · ทีมทันตแพทย์และเลขใบอนุญาต
📍 ให้บริการที่ La Posh Dental Clinic สาขาบางนา และ สาขารามอินทรา-รัชดา เปิดทุกวัน 10:30–19:30

📞 นัดปรึกษา: บางนา 065-697-9562 · รามอินทรา 082-838-7434 · LINE @laposhclinic

รากฟันเทียม หรือ รากเทียม เป็นทันตกรรมที่คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่ามีแค่คนที่อายุมากเท่านั้นที่ทำ และมองว่าเป็นสิ่งที่ไกลตัว แต่จริง ๆ แล้ว การปลูกรากฟันเทียมเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด หากอยากทำความรู้จักรากฟันเทียมให้มากยิ่งขึ้น ลองเข้ามาศึกษาจากข้อมูลที่เรารวบรวมมาฝากก่อนได้ คุณจะได้คำตอบว่ารากฟันเทียมคืออะไร? ถอนฟันนานแล้วใส่รากเทียมได้ไหม? มีประโยชน์อย่างไร แทนที่การใช้สะพานฟันหรือฟันปลอมแบบเดิม ๆ ได้อย่างไรบ้าง?

โดยเราได้รวบรวมทุกประเด็นที่คนส่วนใหญ่อยากรู้มาฝาก ตั้งแต่ราคาและยี่ห้อรากฟันเทียมชั้นนำอย่าง Straumann หรือกลุ่มรากเทียมเกาหลี, ประเด็นที่ว่าการทำเจ็บไหม, การดูแลรักษาเพื่อเพิ่ม อายุการใช้งาน รวมถึงเคสซับซ้อนอย่างการปลูกกระดูก หรือยกไซนัสเพื่อรองรับรากเทียมทั้งในตำแหน่ง ฟันหน้าและฟันกราม พร้อมข้อมูลรีวิว จากผู้ใช้จริงและการดูแลโดยทันตแพทย์เฉพาะทาง สำหรับใครที่อยากไขข้อสงสัยก็ไปติดตามกันได้เลย

เลือกอ่านหัวข้อ รากฟันเทียม

รากฟันเทียมคืออะไร ?

รากฟันเทียม (Dental implant) คือการแก้ปัญหาการสูญเสียฟันแท้ โดยใช้วัสดุที่ทดแทนรากฟันซึ่งหลุดออกไป ลักษณะจะคล้ายน็อตหรือสกรู ทำการฝังลงไปในกระดูกขากรรไกร จุดที่สูญเสียรากฟัน หลังจากนั้นก็จะทำการติดฟันปลอมเอาไว้แทนที่ฟันที่หายไป ส่วนใหญ่รากฟันเทียมจะใช้วัสดุ ที่ทำจากไทเทเนียม ซึ่งเป็นวัสดุที่เข้ากับร่างกายและเสริมความแข็งแรงของฟันได้ และสามารถรองรับแรงบดเคี้ยวได้ใกล้เคียงฟันแท้ตามธรรมชาติ อ่านจบทุกคนคงได้คำตอบกันแล้วว่ารากฟันเทียมคืออะไร

ประเภทของรากฟันเทียม

สำหรับใครที่อยากรู้ว่ารากฟันเทียมมีกี่ประเภท เราได้รวบรวมประเภทของรากฟันเทียมมาฝาก ซึ่งมี 3 ประเภทดังนี้
  1. การฝังรากเทียมแบบธรรมดา (Conventional implant) คือ การฝังรากฟันเทียมที่สามารถทำได้ในผู้เข้ารับการรักษาที่ทำรากฟันซี่เดียวและหลายซี่ โดยขั้นตอนการรักษาจะมี 2 ช่วง ช่วงแรกเริ่มต้นด้วยการฝังรากฟันเทียมยึดติดกับกระดูก และช่วงที่สองจะติดฟันปลอมเข้ากับรากฟันเทียม
  2. การฝังรากเทียมแบบทันที (Immediate implant) คือ การใส่รากฟันเทียมทันทีหลังจากที่ถอนฟันเสร็จ จากนั้นให้รอ 3 ถึง 6 เดือน เพื่อให้รากฟันยึดติดกับกระดูก แล้วจึงครอบฟันหรือทำสะพาน
  3. การเชื่อมต่อส่วนของฟันปลอม (Immediate loaded implant) คือ รากฟันเทียมที่เชื่อมต่อกับส่วนของฟันปลอม เช่น ครอบฟันชั่วคราว ครอบฟันถาวร เหมาะกับคนที่กระดูกขากรรไกรแข็งแรง

ส่วนประกอบของรากฟันเทียม

ส่วนประกอบมีทั้งหมด 3 ส่วน ดังนี้
  1. Fixture (ส่วนรากฟัน): เป็นส่วนของสกรูไทเทเนียมที่ทันตแพทย์จะฝังลงในกระดูกขากรรไกร ทำหน้าที่เหมือนรากฟันธรรมชาติเพื่อยึดรากฟันเทียมให้มั่นคง
  2. Abutment (ส่วนแกนฟัน): คือส่วนที่เชื่อมต่อระหว่าง Fixture (รากฟันเทียม) กับ Crown (ตัวฟัน) ทำหน้าที่เป็นแกนรองรับครอบฟัน
  3. Crown (ส่วนครอบฟัน): คือส่วนที่เรามองเห็นได้ในช่องปาก ทำจากเซรามิกที่มีสีและรูปร่างคล้ายฟันธรรมชาติ ทำให้รอยยิ้มของคุณกลับมาสวยงามอีกครั้ง

รากฟันเทียม แตกต่างจาก "สะพานฟัน" หรือ "ฟันปลอม" อย่างไร

รากฟันแบบเทียมกับสะพานฟัน หรือฟันปลอมยังไง ต้องบอกว่าทั้ง 2 อย่างนี้เป็นตัวเลือกที่มีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป ซึ่งจะมีรายละเอียดดังนี้
  • รากฟันเทียม: เป็นการรักษาที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติมากที่สุด โดยทันตแพทย์จะทำการฝังรากฟันเทียมซึ่งทำจากไทเทเนียมลงในกระดูกขากรรไกรโดยตรง ทำให้ฟันใหม่มีความมั่นคงแข็งแรง ไม่ขยับเขยื้อน และสามารถใช้งานได้ใกล้เคียงฟันแท้ ทั้งการเคี้ยวอาหารและการพูด อีกทั้งยังช่วยป้องกันการละลายของกระดูกขากรรไกรในระยะยาว การดูแลรักษาก็ทำได้ง่ายเหมือนการดูแลฟันปกติทั่วไป
  • ฟันปลอมถอดได้: เป็นการรักษาที่นิยมมาอย่างยาวนาน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายไม่สูงและใช้เวลาทำไม่นาน อย่างไรก็ตาม ฟันปลอมถอดได้ประเภทนี้จะไม่ได้ยึดติดกับกระดูกขากรรไกร จึงอาจมีการขยับหรือหลวมได้ ทำให้ผู้ใช้งานอาจไม่สะดวกสบายเท่าที่ควร และประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวอาหารก็อาจไม่ดีเท่าฟันจริง นอกจากนี้ การใช้ฟันปลอมถอดได้เป็นเวลานานยังอาจทำให้กระดูกขากรรไกรค่อยๆ ละลายได้
จองคิวแพทย์ ทำรากฟันเทียม

ทำรากฟันเทียม มีข้อดี-ข้อเสียอะไรบ้าง?

ข้อดี

  • รากเทียมมีความคงทนสูงและมีอายุการใช้งานยาวนาน
  • ไม่ต้องกรอฟันข้างเคียง เพื่อใส่สะพานฟัน ทำให้ไม่ทำลายเนื้อฟันดี ๆ ที่เหลืออยู่
  • ช่วยให้ฟันมีประสิทธิภาพในการ เคี้ยวอาหาร ได้เหมือนตอนมีฟันแท้
  • ช่วยให้คุณกลับมามีรอยยิ้มที่สวยงามและมั่นใจอีกครั้ง
  • ป้องกันการสูญเสียกระดูกขากรรไกร: การฝังรากเทียมช่วยกระตุ้นและรักษาความหนาแน่นของ กระดูก บริเวณที่สูญเสียฟันไป ซึ่งช่วย เสริมสร้างสุขภาพช่องปากที่ดี ในระยะยาว
  • ความแม่นยำสูง: เหมาะสำหรับการทดแทนฟันที่สูญเสียไป ไม่ว่าจะเป็นฟันหน้าหรือฟันกราม โดยไม่กระทบฟันซี่อื่น

ข้อควรระวัง

  • ขั้นตอนการปลูกรากฟันเทียม ตั้งแต่การผ่าตัด การรอการยึดติดกับกระดูก (Osseointegration) จนกระทั่งใส่ฟันด้านบนอาจใช้เวลาหลายเดือน
  • ในบางกรณีอาจต้องมีการรักษาเสริม เช่น การปลูกกระดูก หรือการยกไซนัส เพิ่มเติม หากปริมาณกระดูกไม่เพียงพอ
  • ราคาในการทำรากเทียม มักจะสูงกว่าการทำสะพานฟันหรือฟันปลอมแบบถอดได้
  • แม้ว่าจะมีอายุการใช้งานนาน แต่ต้องดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี รวมถึงการเข้าพบทันตแพทย์เฉพาะทาง อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้อายุการใช้งานเป็นไปตามที่กำหนด

รากฟันเทียม ราคาเท่าไหร่? (โปรโมชั่น ที่ La Posh Clinic)

รากฟันเทียม ราคาเท่าไหร่ การทำรากฟันเทียมจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น

  • จำนวนรากฟันเทียมที่ต้องการ
  • ตำแหน่งของฟันที่ทำรากฟันเทียม
  • ชนิดและยี่ห้อของรากฟันเทียม
  • ความจำเป็นในการปลูกกระดูกหรือการรักษาอื่นๆ เพิ่มเติม
  • แผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้คุณทราบค่าใช้จ่ายที่แน่นอนที่สุด ขอแนะนำให้นัดหมายเข้ามาปรึกษาและตรวจประเมินกับทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราโดยตรง ทีมทันตแพทย์ของ La Posh Dental Clinic ยินดีให้คำแนะนำ ตอบทุกข้อสงสัย และวางแผนการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับรอยยิ้มของคุณ

ที่ La Posh Dental Clinic รากฟันเทียมราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 42,000 บาท สามารถผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตได้ 14,300 บาท x 3 งวด (ยอดรวม 42,900 บาท) แถมฟรีครอบฟัน Zirconia ที่มีสีเหมือนฟัน มาพร้อมใช้เทคโนโลยีแผลเล็ก ติดแน่น ใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ทำไมยี่ห้อรากฟันเทียมถึงสำคัญ?

ที่ La Posh Dental Clinic มีให้เลือกทั้งหมด 3 ยี่ห้อ ได้แก่ Neo Biotech, Neodent และ Straumann ซึ่งถ้าอยากรู้ว่ารากฟันเทียมยี่ห้อไหนดี ส่วนนี้จะเป็นคำตอบ

ยี่ห้อ Neo Biotech

รากฟันเทียมจากประเทศเกาหลีใต้ ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและวัสดุคุณภาพสูง ทำให้รากฟันเทียม Neo Biotech มีความแข็งแรง ทนทาน และมีความสามารถในการยึดเกาะกระดูกได้ดี นอกจากนี้ยังมีราคาที่สมเหตุสมผล ทำให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรากฟันเทียมคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้

ยี่ห้อ NEODENT

NEODENT รากฟันเทียมคุณภาพจากบราซิล ที่ได้รับความไว้วางใจอย่างกว้างขวางทั่วโลก โดดเด่นด้วยการออกแบบที่เน้นการยึดเกาะกับกระดูกขากรรไกรที่รวดเร็วและมั่นคง อีกทั้งยังมีขนาดและรูปทรงที่หลากหลาย ทำให้ทันตแพทย์สามารถเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสภาพช่องปากของแต่ละบุคคลได้อย่างลงตัว

ยี่ห้อ straumann

Straumann รากฟันเทียมระดับพรีเมียมจากสวิตเซอร์แลนด์ ผู้นำด้านเทคโนโลยีรากฟันเทียมมาอย่างยาวนาน Straumann โดดเด่นด้วยนวัตกรรม วัสดุคุณภาพสูง และผลลัพธ์การรักษาที่ยอดเยี่ยม มีงานวิจัยทางคลินิกมากมายที่รับรองถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพ จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการรากฟันเทียมคุณภาพสูง และให้ความสำคัญกับผลลัพธ์การรักษาที่ดีในระยะยาว

ใครบ้างที่ "เหมาะ" หรือ "ไม่ควร" ทำรากฟันเทียม?

ใครบ้างที่เหมาะในการทำ

  • เหมาะสำหรับทดแทนฟันที่หายไป ไม่ว่าจะเป็นฟันหน้าหรือฟันกราม
  • ต้องการความมั่นคงสูง ดีกว่าการใช้ฟันปลอมแบบถอดได้ หรือผู้ที่ไม่อยากกรอฟันดีเพื่อทำสะพานฟัน
  • ผู้ที่มีสุขภาพช่องปากและสุขภาพโดยรวมแข็งแรง ควบคุมโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ได้ดี และมีปริมาณกระดูกรองรับรากเทียมเพียงพอ
  • ผู้ที่สามารถดูแลความสะอาดช่องปากได้ดี เพื่อให้รากเทียมมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

ใครบ้างที่ไม่เหมาะในการทำ

  • ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่กระดูกขากรรไกร ยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ การปลูกรากเทียมอาจส่งผลต่อการเติบโตในอนาคต
  • ผู้ที่สูบบุหรี่จัดมาก มีความเสี่ยงสูงที่แผลผ่าตัดจะติดเชื้อ และส่งผลให้รากเทียมไม่สามารถยึดติดกับกระดูกได้สำเร็จ
  • ผู้ที่มีภาวะกระดูกพรุนรุนแรง มีโอกาสที่การยึดติดของรากฟันเทียมกับกระดูกจะล้มเหลว หรือต้องใช้ขั้นตอนเสริม เช่น การปลูกกระดูก หรือยกไซนัสเข้ามาช่วย ซึ่งต้องอยู่ภายใต้การพิจารณาของทันตแพทย์เฉพาะทาง

ถอนฟันนานแล้ว ทำรากฟันเทียมได้ไหม

ไม่ว่าคุณจะเพิ่งถอนไปเมื่อไม่กี่เดือน หรือทิ้งช่วงไป 5 ปี 10 ปี ก็ยังสามารถแก้ไขด้วยการใส่รากฟันเทียมได้ โดยแพทย์จะเป็นคนประเมินความพร้อมในการทำรากฟันเทียมจากกระดูกขากรรไกร ถ้าหากว่ายังมีมากพอก็สามารถทำต่อได้เลย แต่ถ้าหากกระดูกเกิดการละลายไปมาก ทันตแพทย์อาจจะต้องทำการ ปลูกกระดูก (Bone Grafting) เพิ่มเติมก่อนการฝังรากฟันเทียม เพื่อให้มีปริมาณกระดูกที่แข็งแรงและเพียงพอในการยึดรากฟันเทียม

ทำรากฟันเทียมเจ็บไหม

ตอบสั้น: ระหว่างฝังรากฟันเทียม ทันตแพทย์ใช้ยาชาเฉพาะที่ จึงไม่ควรรู้สึกเจ็บขณะทำ หลังยาชาหมดฤทธิ์อาจปวด ตึง หรือบวมบริเวณที่ทำ ซึ่งคุมได้ด้วยยาแก้ปวดที่ทันตแพทย์จ่าย และมักดีขึ้นใน 1–2 วัน บางกรณีนานถึง 7–10 วัน

  • ระหว่างทำ: ใช้ยาชาเฉพาะที่ หลายคนรู้สึกว่าเจ็บน้อยกว่าที่กังวลไว้
  • หลังทำ 1–2 วันแรก: อาจปวดตึงและบวมเล็กน้อย ทานยาตามที่ทันตแพทย์สั่ง และทานอาหารอ่อน
  • ถ้าต้องปลูกกระดูกหรือยกไซนัสร่วมด้วย: อาจปวดและบวมมากกว่าปกติเล็กน้อย ทันตแพทย์จะแจ้งตั้งแต่ตอนวางแผน

ความรู้สึกเจ็บต่างกันในแต่ละคน ขึ้นกับสภาพเหงือกและกระดูก ความซับซ้อนของเคส ถ้ากังวลเรื่องความเจ็บ ปรึกษาทันตแพทย์รากฟันเทียมก่อนเริ่มได้ ดูค่าใช้จ่ายรากฟันเทียมทั้งหมด และรากฟันเทียมยี่ห้อไหนดี

ขั้นตอนการทำรากฟันเทียม (ตั้งแต่ปรึกษาจนใส่ครอบฟัน)

การปลูกรากฟันเทียมเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างละเอียด โดยทีมทันตแพทย์เฉพาะทางจะดำเนินการดังนี้

1. การเตรียมตัวและวางแผน (Pre-Surgery Preparation)

  • ตรวจสภาพช่องปากครบวงจร: สร้างแบบจำลองช่องปากและขากรรไกร เพื่อวิเคราะห์อย่างละเอียด
  • เอกซเรย์ (X-ray) และ CT Scan: ตรวจสอบความหนาแน่นและปริมาณกระดูก เพื่อวางแผนการฝังรากเทียม
  • ซักประวัติสุขภาพ: สอบถามเกี่ยวกับโรคประจำตัว, ยา, อาหารเสริมที่ใช้อย่างละเอียด เพื่อประเมินความเสี่ยง
  • วางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล: ทีมแพทย์จะพิจารณาร่วมกัน เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด พร้อมแจ้งราคา และทางเลือกของ ยี่ห้อรากฟันเทียม เช่น Straumann หรือ รากเทียมเกาหลี
  • เตรียมร่างกาย: ผู้เข้ารับการรักษาต้องพักผ่อนให้เพียงพอ และรับประทานยาประจำตัวให้เรียบร้อยก่อนวันนัดผ่าตัด

2. ขั้นตอนการฝังรากฟันเทียม (Implant Placement)

  • ปรึกษาและยืนยันแผน: ทันตแพทย์อธิบายขั้นตอนการรักษาอย่างละเอียด และแจ้ง ค่าใช้จ่าย สุดท้าย พร้อมนัดหมายวันฝัง
  • การผ่าตัดฝังรากเทียม: ทันตแพทย์จะทำการฝังรากเทียมภายใต้ ยาชาเฉพาะที่ ใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 3 ชั่วโมง หลังจากฝังเสร็จ จะเย็บแผล และนัดหมายตัดไหมใน 1 อาทิตย์
  • รอการยึดติดของรากเทียม: ผู้ป่วยต้องรอให้รากเทียมยึดติดกับกระดูกขากรรไกร (Osseointegration) ซึ่งอาจใช้เวลา 3 – 6 เดือน

3. การใส่ครอบฟัน (Final Restoration)

  • เมื่อรากเทียมยึดติดกับกระดูกได้ดีแล้ว ทันตแพทย์จะทำการพิมพ์ปากและติดตั้ง ครอบฟัน (หรือตัวฟัน) เข้ากับรากเทียมที่ฝังไว้
  • ครอบฟันที่ได้จะมีความสวยงามและประสิทธิภาพในการเคี้ยวที่ดี เหมือน ฟันแท้ ทำให้รอยยิ้มกลับมาสมบูรณ์ พร้อมให้ อายุการใช้งาน ที่ยาวนาน

การดูแลหลังฝังรากฟันเทียม ต้องทำยังไงบ้าง?

การดูแลรักษาตัวเองอย่างเคร่งครัดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้แผลผ่าตัดหายดี กระบวนการยึดติดของรากฟันเทียมสำเร็จ และช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนาน

  • รับประทานอาหารอ่อน: ในช่วงแรกหลังผ่าตัด ควรเลือกอาหารอ่อน หรืออาหารที่ไม่ต้องเคี้ยวมาก เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนบริเวณที่ฝังรากฟันเทียม และหลีกเลี่ยงอาหารแข็ง เหนียว ร้อนจัด หรือรสจัด ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาแทรกซ้อน
  • การใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการ: รับประทานยาแก้ปวดตามคำแนะนำของทันตแพทย์ เพื่อควบคุมอาการปวด หรือไม่สบายที่อาจเกิดขึ้น
  • ป้องกันการติดเชื้อ: รับประทานยาปฏิชีวนะ หรือยาฆ่าเชื้อ ตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดจนหมด
  • งดสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด: การสูบบุหรี่จะส่งผลให้แผลหายช้ามาก และเพิ่มความเสี่ยงอย่างรุนแรงที่รากเทียมจะไม่ยึดติดกับกระดูก
  • ความสะอาด: ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ในการดูแลความสะอาดของช่องปากในช่วงแรกอย่างอ่อนโยน

การฝังรากฟันเทียมเป็นทางเลือกที่ทนทานและใกล้เคียงฟันธรรมชาติที่สุด หากคุณสนใจหรือต้องการปรึกษาเพื่อแก้ไขปัญหาฟันและกลับมามีรอยยิ้มที่มั่นใจ

ทำไมต้องทำรากฟันเทียม ที่ La Posh Clinic?

เหตุผลที่ต้องเลือก La Posh Dental Clinic คลินิกทำฟัน 2 สาขา ทั้งบางนา (Cascade Bangna) และรามอินทรา-รัชดา (The Junction) เพราะเราใส่ใจบริการ ตอบโจทย์ในทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางที่สะดวกสบายใกล้บ้านหรือที่ทำงาน รวมถึงมีทีมทันตแพทย์เฉพาะทางที่พร้อมดูแลรอยยิ้มของคุณให้มั่นใจยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นอื่น ๆ ได้แก่

  • วิเคราะห์ละเอียดใส่ใจทุกเคส: ทันตแพทย์จะพิจารณารายละเอียดเพื่อให้การปลูกรากเทียมทั้งฟันหน้าและฟันกราม ออกมาสวยงามและลงตัวที่สุด
  • ให้คำปรึกษาส่วนตัว 30-45 นาที: ใช้เวลาอย่างเต็มที่ในการประเมินปัญหา, อายุการใช้งานที่คาดหวัง และทางเลือกของยี่ห้อรากฟันเทียม เช่น Straumann หรือรากเทียมเกาหลี ก่อนตัดสินใจ
  • รางวัล “เปลี่ยนธุรกิจด้วยนวัตกรรม” ยอดเยี่ยมแห่งปี: ตอกย้ำความเป็นผู้นำในการใช้เทคโนโลยีมาพัฒนาการรักษารากเทียมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
  • เครื่องสแกนฟัน 3 มิติ: ช่วยในการวางแผนและออกแบบตำแหน่งรากเทียมได้อย่างแม่นยำสูง
  • นวัตกรรมเลเซอร์: ใช้ในขั้นตอนการเตรียมฟันหรือเหงือกอย่างนุ่มนวล ลดการระคายเคืองและทำให้คุณรู้สึกสบายใจ ไม่ต้องกังวลว่าเจ็บไหม
  • ห้องทำฟันตกแต่งตามธีม 3 ห้อง: ได้แก่ Paris Wine Bar, Café de croissant” (สดใส สนุกสนาน), ไปจนถึง “Le Salon Du” (เติมเต็มความมั่นใจ) ช่วยลดความกังวลในการทำรากฟันเทียม
  • เดินทางสะดวกสบาย:มี พื้นที่จอดรถกว้างขวาง รองรับลูกค้าได้อย่างเพียงพอ ทำให้คุณตัดความกังวลเรื่องการเดินทางไปได้เลย

ทีมทันตแพทย์ของเรา​

ปรึกษาปัญหารากฟันเทียม

รากฟันเทียม บางนา และรามอินทรา: La Posh มีที่สาขาไหน

รากฟันเทียมที่ La Posh Dental Clinic ให้บริการครบทั้ง 2 สาขา คือ สาขาบางนา (โครงการ Cascade Bangna) และสาขารามอินทรา-รัชดา (โครงการ The Junction) เลือกสาขาที่สะดวกได้เลย

รากฟันเทียม บางนา

โครงการ Cascade Bangna เลขที่ 14/36 หมู่ 15 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

โทร 065-697-9562 · เปิดทุกวัน 10:30–19:30

ดูข้อมูล แผนที่ และการเดินทาง สาขาบางนา

รากฟันเทียม รามอินทรา

เลขที่ 18 โครงการ The Junction ถนนรัชดา-รามอินทรา แขวงรามอินทรา เขตคันนายาว กรุงเทพฯ 10230

โทร 082-838-7434 · เปิดทุกวัน 10:30–19:30

ดูข้อมูล แผนที่ และการเดินทาง สาขารามอินทรา-รัชดา

นัดหมายหรือสอบถามทั้ง 2 สาขา: ติดต่อเรา

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการฝังรากฟันเทียม

เพื่อให้คุณเข้าใจและคลายความกังวลเกี่ยวกับการทำ รากฟันเทียม เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยพร้อมคำตอบจากทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาไว้ที่นี่

รากฟันเทียมเคี้ยวได้เหมือนฟันจริงแค่ไหน?

รากฟันแบบเทียมถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่และให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับฟันธรรมชาติมากที่สุด เนื่องจากรากเทียมจะถูกฝังลงในกระดูกขากรรไกร ทำให้เกิดการยึดติดที่แข็งแรงและมั่นคง ผู้ที่ใส่ส่วนใหญ่จึงสามารถเคี้ยวอาหารได้เกือบจะเหมือนฟันธรรมชาติ ต่างจากฟันปลอมแบบถอดได้ที่อาจมีการขยับหรือโยก ทำให้ประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวลดลง

โรคเบาหวานสามารถทำได้ หากสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด (HbA1c) ให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมได้ หากควบคุมได้ไม่ดี อาจทำให้แผลหายช้าและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้มากขึ้น ส่วนโรคกระดูกพรุนก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน แต่ต้องพิจารณาเรื่องยาที่ใช้รักษาโรคกระดูกพรุน (เช่น Bisphosphonates) เนื่องจากยาบางชนิดอาจส่งผลต่อการหายของกระดูกและการยึดติดของรากฟันเทียม ทันตแพทย์จะทำงานร่วมกับแพทย์ประจำตัวของคุณเพื่อปรับแผนการรักษาให้ปลอดภัยที่สุด

การปลูกกระดูก (Bone Grafting) และ การยกไซนัส (Sinus Lift) คือหัตถการเสริมที่ทำเพื่อ เพิ่มปริมาณกระดูกขากรรไกร ในบริเวณที่จะฝังรากฟันเทียมให้เพียงพอและแข็งแรง หัตถการเหล่านี้จะทำเฉพาะในกรณีที่ทันตแพทย์ตรวจพบว่า ปริมาณกระดูกเดิมไม่เพียงพอ หรือ กระดูกบางเกินไป ที่จะรองรับความยาวหรือขนาดของรากฟันเทียมได้อย่างปลอดภัยและมั่นคง

หลายคนอาจมีความกังวลว่าการฝังรากฟันเทียมจะเจ็บปวด แต่ในความเป็นจริงแล้ว ระหว่างการผ่าตัดฝังรากฟันเทียม ทันตแพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่ เพื่อให้คุณไม่รู้สึกเจ็บปวดในขณะทำการรักษา ทำให้ความรู้สึกเจ็บระหว่างทำนั้นน้อยกว่าที่คิด หรือบางคนอาจรู้สึกเจ็บน้อยกว่าการถอนฟันด้วยซ้ำ

อาการหลังการผ่าตัด

เมื่อยาชาหมดฤทธิ์ อาจมีอาการปวดหรือรู้สึกตึง ๆ บ้าง รวมถึงอาการบวมในบริเวณที่ทำการฝังรากฟันเทียม ซึ่งเป็นอาการปกติที่สามารถควบคุมได้ด้วยยาแก้ปวดที่ทันตแพทย์จ่ายให้ โดยทั่วไปอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นและทุเลาลงภายใน 1-2 วัน หรืออาจนานถึง 7-10 วันในบางกรณี หากมีการปลูกกระดูกร่วมด้วยอาจมีอาการปวดและบวมมากกว่าปกติเล็กน้อย ทั้งนี้ ความเจ็บปวดจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย สุขภาพเหงือกและกระดูก รวมถึงความซับซ้อนของเคส และความชำนาญของทันตแพทย์

หากคุณมีความกังวลเรื่องความเจ็บปวด ควรปรึกษาทันตแพทย์เพื่อรับข้อมูล ประเมินสภาพช่องปาก และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ

โดยทั่วไปแล้ว รากฟันเทียมมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากและใช้งานได้ยาวนาน หากได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี อย่างไรก็ตาม อายุการใช้งานที่แท้จริงจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการดูแลรักษาสุขอนามัยในช่องปาก, การมาตรวจสุขภาพฟันตามนัดอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงพฤติกรรมการใช้งานในชีวิตประจำวัน หากดูแลได้ดีและไม่มีปัญหาสุขภาพช่องปากที่รุนแรง รากฟันเทียมก็ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและอยู่กับคุณไปได้ตลอด

ปกติแล้ว ไม่จำเป็นต้องรื้อรากฟันเทียมทั้งหมด หากมีเพียงส่วนของครอบฟันที่แตกหรือเสียหาย ทันตแพทย์สามารถถอดครอบฟันเดิมออก และทำครอบฟันใหม่มาใส่แทนที่ได้เลย

รากฟันเทียมถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่ได้ใกล้เคียงฟันธรรมชาติ ดังนั้นจึงสามารถดูแลได้ด้วยวิธีเดียวกับการดูแลฟันปกติ คือ การแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง, ใช้ไหมขัดฟันทุกวัน, และบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากเป็นประจำ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมาพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำทุก 6 เดือน เพื่อให้ทันตแพทย์ได้ตรวจเช็กและทำความสะอาดในจุดที่เข้าถึงยาก เพื่อให้รากฟันเทียมของคุณคงสภาพดีและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานที่สุด

หมอจูน

ผู้เขียน

ทพญ.ณิชนันท์ คติสวัสดิ์วงษ์ (หมอจูน)

  • ใบประกอบวิชาชีพ ท.15320
  • มีความเชี่ยวชาญด้านรากฟันเทียม

ส่งรูปฟันทาง LINE ให้ทันตแพทย์ประเมินเบื้องต้นฟรี

ถ่ายรูปฟันตอนยิ้มและตอนกัดฟัน ทั้งด้านหน้าและด้านข้าง แล้วส่งมาที่ LINE @laposhclinic ทันตแพทย์จะดูรูปและแนะนำแนวทางการรักษาเบื้องต้นให้ฟรี ก่อนนัดตรวจที่สาขาบางนาหรือสาขารามอินทรา-รัชดา

* การประเมินจากรูปถ่ายเป็นคำแนะนำเบื้องต้นเท่านั้น แผนการรักษาและค่าใช้จ่ายจริงต้องตรวจในช่องปากที่คลินิก

ส่งรูปฟัน ประเมินฟรี
Scroll to Top